ชนิดของกรอบแว่นตา

ชนิดของกรอบแว่นตา


ชนิดของกรอบแว่นตาแบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ 
1. กรอบพลาสติกหรือกรอบกระ 
2. กรอบโลหะ 


 1. กรอบพลสติกหรือกรอบกระ ส่วนมากหน้าแว่นและก้านขาจะหนา , น้ำหนักจะเบา , ส่วนใหญ่ไม่มีแป้นจมูก นิยมใช้ทำเป็นแว่นกันแดดหรือคนสูงอายุใช้เป็นแว่นสายตาดูใกล้ กรอบกระในอดีตผลิตมาจากงาช้างหรือกระดองเต่า ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นวัสดุที่ได้จากวิทยาศาสตร์ เช่น เซลลูโลสของธรรมชาติ , พวกฝ้าย , เยื่อกระดาษ หรือได้จากเซลลูโลสจากการเปลี่ยนสภาพสารเคมีต่าง ๆ เพราะวัสดุหาง่าย สะดวกในการผลิต และที่สำคัญเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อม 


พลาสติกที่นิยมนำมาทำกรอบแว่นตาส่วนใหญ่มี 3 ชนิดคือ 
1.1 กรอบพลาสติกเนื้ออะซิเตท 
1.2 กรอบพลาสติกเนื้อออฟทิว 
1.3 กรอบพลาสติกเนื้อคาร์บอน 

 

 1.1 กรอบพลาสติกเนื้ออะซิเตท ( Acetate )
เนื้อเป็นพลาสติกทึบแสง เมื่อนำมาทำกรอบแว่นตาจึงทำให้มีลักษณะเป็นมันวาว แต่น้อยกว่ากรอบพลาสติกเนื้อออฟทิว สังเกตได้ง่าย สีของแว่นจะทึบ เช่น ดำ , น้ำตาล , ลายกระและที่ก้านขาแว่นด้านในจะเสริมแกนเหล็กเพื่อให้แข็งแรง ไม่หักง่าย อีกทั้งสะดวกในการปรับแต่งทรง แต่เพื่อป้องกันไม่ให้แตกหรือหัก ต้องปรับแต่งทรงโดยใช้ความร้อนทั้งที่หน้าแว่นและขาแว่น เพราะถ้าหักไม่ว่าจากการปรับแต่งทรงหรืออุบัติเหตุ ไม่สามารถซ่อมแซมให้ใช้งานได้อีก ดังนั้นราคาจึงค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับพลาสติกชนิดอื่น 

 

 1.2 กรอบพลาสติกเนื้อออฟทิว ( Optyl )
เป็นพลาสติกโปร่งแสง เมื่อนำมาทำเป็นกรอบแว่นจึงทำให้เนื้อกรอบมีความมันวาวมากถ้าเทียบกับพลาสติกชนิดอื่น จะมีสีสันสวยงาม เช่น ชมพู,ฟ้า,ม่วง,เทา,เหลือง น้ำหนักจะเบากว่าพลาสติกชนิดอื่น จึงมีราคาแพงลักษณะกรอบออฟทิวส่วนมากจะมีสัญลักษณ์ บริเวณก้านขาด้านใน ที่ก้านขาไม่มีแกนเหล็กเสริมด้านใน ดังนั้นในการปรับแต่งทรงทั้งด้านหน้าแว่นและขาแว่น ต้องใช้ความร้อนช่วยเท่านั้น เพราะถ้ากรอบหักหรือชำรุด ไม่สามารถเชื่อมหรือซ่อมให้ใช้ได้อีก 

 

1.3 กรอบพลาสติก เนื้อคาร์บอน ( Carbon ) 
เป็นพลาสติกทึบแสง เนื้อคาร์บอนมักมีสีดำ , น้ำตาล หรือมีลายกระเพิ่มสีสันให้สวยงามมากขึ้น มีทั้งแบบเนื้อด้านและที่เป็นเงาแต่ไม่มาก มีความยืดหยุ่นในตัวสูง บางรุ่นสามารถบีบกรอบแว่นด้านบนถึงด้านล่างได้ ส่วนมากเป็นที่นิยมสำหรับวัยรุ่น , นักเรียน , นักศึกษา เพราะรูปทรงส่วนใหญ่จะมีทรงเหลี่ยม,ทรงกลม,ทรงหยดน้ำ บางรุ่นก็ผลิตแป้นจมูกใส่ด้วย ก้านขาของกรอบคาร์บอน ส่วนใหญ่จะใช้เนื้อโลหะเคลือบสี เช่น หน้าแว่นดำก้านขาเคลือบสีดำด้วย บางรุ่นมีสัญลักษณ์ Carbon กำกับที่ก้านขาด้วย 

 

2. กรอบแว่นโลหะ ( Metal ) ลักษณะกรอบเล็ก ก้านขาเรียว มีแป้นจมูกที่สามารถปรับแต่งทรงได้ บางรุ่นก้านขาสามารถเปลี่ยนปลอกขาได้ ทำจากโลหะหลายชนิดด้วยกัน น้ำหนักของกรอบขึ้นอยู่กับวัสดุที่ผลิต ถ้าชำรุดหรือเสียทรงสามารถซ่อมแซมให้ใช้ได้อีก ทั้งเชื่อมและชุบให้คล้ายเดิม ส่วนใหญ่นิยมใช้เป็นแว่นสายตา บางรุ่นที่มีรูปทรงเก๋และมีสีสันสวยงามก็นิยมทำเป็นแว่นกันแดดได้ด้วย กรอบโลหะทำให้ผู้สวมใส่ดูคล่องแคล่ว ทะมัดทะแมง ดูภูมิฐานมากยิ่งขึ้น

โลหะที่นิยมนำมาทำเป็นกรอบแว่นตามี 7 ชนิด คือ 
1. กรอบโลหะทองเค 
2. กรอบโลหะไตตาเนียม 
3. กรอบโลหะผสมนิเกิ้ล 
4. กรอบโลหะเคลือบสี 
5. กรอบโลหะทองครึ่ง 
6. กรอบโลหะเจาะน๊อต 
7. กรอบลอย

2.1 กรอบโลหะทองเค มีทั้งเป็นทองเคทั้งหมด , ทองเคผสมและชุบทองเค 
สังเกตได้ที่บริเวณก้านขา ถ้าทองเคทั้งอันอาจจะเขียน Solid gold (โซลิด โกลด์) ถ้าเป็นแว่นโลหะชุบทองจะเขียนเปอร์เซ็นต์ทองเคที่ใช้ผลิตมักเรียก ไมคอน หรือ เค เช่น 16k หรือ 16 ไมคอน หรืออาจเขียน 24 KGP ก็ได้ ส่วนตัวเลขที่กำกับบอกถึงปริมาณของทองเคว่ามากน้อยเท่าไร ถ้าตัวเลขมาก แสดงว่าชุบทองเคมาก ทำให้อายุการใช้งานนานไม่ซีดจางเร็วและราคาสูง กรอบทองเคอาจมีโอกาสผุกร่อนหรือสีของทองอาจซีดจางได้ขึ้นอยู่กับการใช้งานและการดูแลรักษา แต่จะไม่ลอกออกเป็นแผ่น ๆ ถ้าใช้ไปนาน ๆ ก็สามารถชุบทองให้แลดูใหม่ได้แต่สีจะไม่เหมือนเดิม หรือถ้าหักก็สามารถเชื่อมได้เช่นกัน ลักษณะกรอบทองเคจะมีความวาวบ้างเล็กน้อย ก้านขาเรียวเล็กเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มความภูมิฐานและน่าเชื่อถือ ควรแนะนำให้ลูกค้าดูแลรักษากรอบอย่างดี เพราะโลหะทองเคอาจทำปฎิกิริยากับเหงื่อแล้วอาจทำให้บริเวณผิวหนังที่สัมผัสกับแว่นเป็นแผลได้ สำหรับคนที่แพ้โลหะควรเคลือบพลาสติกที่บริเวณก้านขาป้องกันไว้ 

2.2 กรอบโลหะไททาเนียม 
 ไตตาเนียมหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าไตตัน เป็นโลหะที่มีความยืดหยุ่นสูง มีความแข็งแรงและมีความถ่วงจำเพาะน้อยกว่าโลหะทั่วไป 4.2 ถึง 5 เท่า เมื่อนำมาทำเป็นกรอบแว่นจึงทำให้กรอบมีน้ำหนักเบาที่สุด เมื่อเทียบกับกรอบโลหะด้วยกัน อีกทั้งยังทนต่อการผุกร่อนหรือการทำปฎิกิริยากับเหงื่อได้ถึง 100 % จากการทดสอบกับกรดซัลฟูริคเจือจาง กรอบไตตาเนียมทนต่อการผุกร่อนได้ดี เพราะโลหะไตตาเนียมเป็นวัสดุชนิดเดียวกับที่ใช้ทำยานอวกาศหรือเครื่องมือแพทย์ จึงทำให้มีต้นทุนสูง ปัจจุบันจะนิยมนำโลหะมาผสม เช่น ไตตาเนียมผสมนิเกิล , เบตาไตตาเนียม , โลหะผสมแอลฟ่า – เบตาไตตาเนียม ลักษณะกรอบแว่นไตตาเนียม ส่วนมากถ้าไม่เขียนไว้ที่ เดโมเลนส์ (บล็อกเลนส์ที่มากับแว่น) ก็จะเขียนไว้ด้านในของขา ที่ปลายขา โดยมากจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษคำว่า Titanium , Pure Titanium (ไตตาเนียมแท้ไม่มีอะไรผสม ) หรือคำว่า Ti - P , All TITAN , TITAN – P 

2.3 กรอบโลหะผสมนิเกิล 
ส่วนมากจะเป็นโลหะทองเคผสมนิเกิล ทำให้สีทองสวยมันวาวมากขึ้น เนื้อโลหะจะแข็งแรงมีความยืดหยุ่นในตัว โดยสังเกตที่ขาแว่นเหมือนมีสปริง ที่ง่ายต่อการปรับแต่งทรง มีน้ำหนักเบามากกว่าโลหะทองเคทั้งอัน และถ้าหักยังสามารถเชื่อมให้ใช้ได้อีก ถ้าใช้ไปนาน ๆ สามารถชุบให้ดูใหม่ได้ 

2.4 กรอบโลหะชนิดเคลือบสี 
ส่วนมากนิยมใช้ทังสเตนหรือโลหะธรรมดาเคลือบสี ภายใต้อุณหภูมิ 60  ํ- 70  ํเพื่อเพิ่มสีสันให้สวยงามทั้งแดง, เขียว, ม่วง,ฟ้า,ชมพู, เทา, น้ำตาล ฯลฯ ตามแฟชั่นสมัยนิยม สภาพผิวอาจมีทั้งมันวาวหรือเป็นสีด้านแล้วแต่รุ่นและความนิยม ถ้าโดนกระทบกระเทือนแรง ๆ สีที่เคลือบอาจกะเทาะได้แต่จะไม่ลอกเป็นแผ่นๆ และถ้าใช้ไปนานๆ สีที่เคลือบก็มีโอกาสสึกกร่อนหรือร่อนออกได้ ( เหมือนเราทาสีบ้าน ) อายุการใช้งานน้อยกว่ากรอบชนิดอื่น ราคาค่อนข้างต่ำ แต่ก็สามารถเชื่อมและชุบได้ถ้าแว่นหักหรือชำรุด ลักษณะของกรอบเคลือบสีจะดูสวยแต่อาจจะไม่ค่อยแข็งแรง สีที่เคลือบมีโอกาสหลุดได้ง่ายเมื่อโดนน้ำบ่อย ๆ หรือกระทบกระแทกแรง ๆ 

2.5 กรอบทองครึ่ง
เป็นกรอบที่ส่วนบนของหน้าแว่นใหญ่หรือหนากว่าหน้าแว่นส่วนล่าง เรียกอีกอย่างว่ากรอบมีคิ้ว ด้านบนอาจเป็นโลหะเคลือบสีหรืออาจเป็นพลาสติกก็ได้ หน้าแว่นส่วนมากจะเป็นโลหะทองเค ก้านขาจะเป็นวัสดุเดียวกันกับคิ้ว ส่วนใหญ่จะมีคานเดียว คนสูงอายุนิยมใช้สำหรับแว่นดูใกล้ 

2.6 กรอบลอย
เป็นกรอบที่ส่วนบนของหน้าแว่นทำจากโลหะชนิดต่างๆหรือพลาสติก ก้านขาจะเป็นวัสดุชนิดเดียวกันกับวัสดุที่ทำส่วนบน ส่วนล่างหน้าแว่นจะใช้เอ็นสำหรับยึดเลนส์ ส่วนมากคนนิยมใช้กรอบลอยเพราะน้ำหนักจะเบากว่ากรอบชนิดอื่น เพราะส่วนประกอบที่ใช้ในการผลิตกรอบแว่นน้อยและเหมาะสำหรับคนที่แพ้โลหะ เวลาใช้ กรอบที่เป็นโลหะทั้งหมด ด้านล่างของกรอบจะไปสัมผัสกับใบหน้าทำให้เป็นผื่นแดง, เป็นรอย, เป็นแผล ถ้าใช้เป็นกรอบลอยจะช่วยลดปัญหาดังกล่าวข้างต้น ควรแนะนำให้ลูกค้าใช้เลนส์พลาสติกมากกว่าเลนส์กระจก เพราะช่วยลดความเสี่ยงในการที่เลนส์แตกหรือกะเทาะได้ 

2.7 กรอบเจาะน๊อต 
หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่ากรอบ 3 ส่วน ประกอบไปด้วย ก้านขาทั้ง 2 ข้างและคานแว่น นิยมใช้โลหะในการผลิตก้านขาและบริเวณแป้นจมูก ในการยึดเลนส์ใช้น๊อตที่ก้านขาทั้ง 2 ข้างและบริเวณแป้นจมูกเท่านั้น รูปทรงแว่นสามารถเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้า แต่ไม่ควรแนะนำให้เปลี่ยนรูปทรง เพราะอาจจะทำให้แว่นไม่กระชับและหลวมเร็วขึ้น และปัญหาที่พบบ่อยคือทำให้ผู้สวมใส่เกิดความรู้สึกว่า เลนส์ 2 ข้างขนาดไม่เท่ากันและมีปัญหามาให้แก้ไขอยู่เสมอ ทั้งรูปทรงและขนาดเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแปลกใหม่ ทันสมัย เช่น วัยรุ่น เพราะไม่มีกรอบ ถ้าใช้กับเลนส์โค๊ตจะทำให้ใบหน้าสว่างและดูสวยงามมากยิ่งขึ้น ใช้ได้กับเลนส์พลาสติกเท่านั้น

 

ที่มา : http://www.weloveshopping.com/template/e4/show_article.php?shopid=27011&qid=27185